-หลังจากที่เคยเจ็บปวดในเรื่องใดก็ตาม เราจะเข้าใจสิ่งนั้นได้อย่างถ่องแท้

-บ่อยครั้งที่พวกเราเผลอทำผิด ทั้งที่รู้ดีว่าไม่สมควรทำ

-ชีวิตเองก็ควรมีสมุดตรวจข้อผิด เพื่อใช้ย้ำเตือนตัวเองว่า จะไม่ทำผิดพลาดในเรื่องเดิมซ้ำอีก

 

-ช่วงที่เปลี่ยนจากเด็กไปสู่ผู้ใหญ่ จะได้ตระหนักถึงความจริงที่น่าหวาดกลัวว่า โลกของผู้ใหญ่แตกต่างจากที่เคยจินตนาการไว้ คนที่อยู่ในวัย 20 ปี จึงต้องดำเนินชีวิตท่ามกลางความว้าวุ่นใจนานัปการ

-สาเหตุที่ช่วงอายุนี้ยากลำบาก ไม่ใช่เพราะต้องเรียนรู้และเพิ่มความสามารถไปเรื่อยๆ แต่มาจากความทุกข์ใจที่ไม่สามารถเห็นอนาคตได้ในตอนนี้ สิ่งที่ไม่รู้และไม่เห็นย่อมน่ากลัวมากที่สุด

-สาเหตุที่ทำให้อนาคตเป็นทุกข์ยิ่งขึ้นก็คือ เป็นช่วงเวลาที่ต้องประจันหน้ากับตัวเลือกมากมายมหาศาล

-ถ้าเราอายุมากขึ้น ตัวเลือกจะค่อยๆ ลดลงโดยอัตโนมัติ เมื่อตัวเลือกน้อยลง ความกังวลใจก็พลันลดลงตามไปด้วย

-อย่าเอาแต่คร่ำครวญอยู่เพียงลำพัง จงหาข้อมูลที่หลากหลาย จงอ่านหนังสือทุกประเภท เพราะการตัดสินใจที่ดีมาจากข้อมูลที่ดี

 

 

-พวกเราวิ่งไปตามแสงแห่งความปรารถนา ไม่สามารถปล่อยมือจากสิ่งที่ถือครองได้

-มนุษย์ไม่สามารถพึงพอใจต่อสิ่งที่มีได้ตลอดไป

-ต่อให้เราได้ครอบครองความสุขในตอนนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็จะรู้สึกว่าความสุขนั้นกำลังจางหายไป

-สังคมสมัยใหม่เต็มไปด้วย “การแข่งขันเต็มรูปแบบ” ถ้าไม่พยายามอย่างต่อเนื่อง ความสามารถที่เรามีก็อาจล้าหลังได้ทุกเมื่อ

-“ถ้าคุณกำลังลำบากอยู่ ให้ก้มลงมองคนที่ลำบากกว่า แต่เมื่ออยากได้ดี ให้เงยหน้ามองคนที่อยู่สูงกว่า”

-ถ้าชีวิตประจำวันของคุณในวันนี้ลำบากจนอยากตาย แต่อาจมีใครหลายคนปรารถนาอยากเป็นคุณ แม้เพียงวันเดียวในชีวิตของเขา

 

-อายุที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่ประเด็นหลักที่ทำให้เราตัดใจยอมทิ้งความฝัน แต่เป็นเพราะเราเริ่มต้องการความมั่นคงและความสุขสงบ

-การหลงลืมความฝันของตัวเองน่ากลัวเสียยิ่งกว่าการที่ไม่สามารถทำให้ความฝันนั้นเป็นจริงได้ร้อยเท่า

-ความฝันที่ลุกโชติช่วงอยู่ในขณะนี้อาจทำให้คุณรู้สึกเป็นทุกข์และทรมานใจ ไม่มั่นใจว่าจะสำเร็จได้จริงไหม แต่จงอย่าลืม อย่าหวาดกลัวต่อสิ่งใด อย่าปล่อยให้ความฝันที่งดงามนั้นสลายไปง่ายๆ

 

-ทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ต่างต้องทนเจ็บปวด ยามที่พลัดพรากจากสิ่งที่รัก ไม่ได้มีเพียงคุณเท่านั้นหรอกที่รู้สึกเจ็บปวด

-จงยืนหยัดลุกขึ้นอีกครั้ง ชีวิตที่เหลือยังไม่จบลงง่ายๆ การทรมานตัวเองไม่ช่วยอะไรหรอก

 

-ถ้าฝึกซ้อมทุกวัน ฝีมือจะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ

-การฝึกปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอซ้ำๆ ทำให้เป้าหมายที่ไม่คาดคิดว่าจะเป็นจริงสำเร็จได้จริง

-การล้มเลิกสิ่งที่ตั้งใจทำภายในสามวันเป็นเรื่องปกติ ประเด็นคืออย่าคิดล้มเลิกจริงๆ

-การตั้งใจทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง คำว่า “ตั้งแต่พรุ่งนี้” เป็นเพียงการปลอบใจตัวเองเท่านั้น

-สาเหตุที่เราตัดใจเลิกทำอะไรง่ายๆ ภายในสามวัน เป็นเพราะความรู้สึกขี้เกียจที่จะเริ่มทำมันในวันนี้

-การฝึกต่างๆเริ่มต้นจาก “วันนี้” ไม่มีคำว่าพรุ่งนี้ ไม่ใช่พรุ่งนี้ แต่ต้องลงมือทำในวันนี้ทีละเล็กทีละน้อย

 

-เมื่อเริ่มเป็นผู้ใหญ่ ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลก็จะยิ่งซับซ้อนมากขึ้น

-ปัจจุบันนี้ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์เปราะบางมากกว่าอดีต เพราะคนสมัยนี้มี “ความเป็นปัจเจกชน” สูง

-มนุษย์เป็นสัตว์สังคม สังคมไม่มีที่ให้อยู่ตัวคนเดียว คุณต้องพยายามเรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่นให้ได้ ไม่มีใครที่อยู่ลำพังได้ตลอดไป

-เราจะต้องเปิดใจเก็บเกี่ยวประสบการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ที่ไม่เคยเรียนรู้ ขณะที่อยู่ชั้นประถม มัธยมต้น และมัธยมปลายดู

-เราไม่สามารถออฟไลน์ชีวิตในสังคมจริงเพื่อมาอยู่ในโลกออนไลน์ได้ตลอดเวลา ต้องใช้สังคมออนไลน์ให้เหมาะสม อย่าหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ในสังคมจริง

-พื้นฐานความสัมพันธ์ของมนุษย์ทุกรูปแบบขึ้นอยู่กับการปรับเปลี่ยน ถ้าอยากให้อีกฝ่ายพูดหรือปฏิบัติดีกับเรา เราเองก็ควรพูดและทำดีกับเขาก่อนเช่นกัน

-ถึงแม้จะไม่ถูกใจใคร ถึงขนาดไม่อยากคุยด้วยแล้ว ก็ต้องคิดที่จะปรับเปลี่ยนตัวเองก่อน เพื่อนที่ดี ความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ใช่ว่าจะหาซื้อได้ทั่วไปที่ไหน ต้องพยายาม และสร้างสัมพันธ์นั้นขึ้นมาด้วยกัน

 

-ในสมัยอดีตมนุษย์มีความเป็นมนุษย์มากกว่าปัจจุบัน

-การเปลี่ยนแปลงของสังคมสมัยก่อนค่อยๆเกิดขึ้นอย่างเชื่องช้า การแข่งขันเรื่องความสามารถไม่รุนแรงเท่านี้ ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลจึงเป็นไปด้วยดี

-สังคมสมัยนี้ดูแล้งน้ำใจมากขึ้น ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ดูผิวเผินเปราะบาง แม้กระทั่งอาจารย์ก็แทบไม่มีโอกาสให้ “คำแนะนำนักศึกษา” อย่างใกล้ชิด

 

-คนแต่ละยุคแต่ละสมัยเติบโตขึ้นมาในแบบแผนที่ตัวเองรับรู้และเข้าใจ ดังนั้นการบังคับคนรุ่นอื่นจากประสบการณ์ของตัวเองจึงไม่ใช่สิ่งที่สมควรนัก

-ปัญหาทั่วไปของข่าวในอินเทอร์เน็ตก็คือ การสืบค้นข้อมูลโดยมี “ตัวเองเป็นศูนย์กลาง” พวกเรามักจะเลือกอ่านข่าวที่ดูน่าสนุก หรือที่ตัวเองสนใจจากบรรดาข่าวสารมากมาย

-คนส่วนใหญ่มักจะสนใจข่าว กีฬา เกม และดารา มากกว่าข่าวการเมืองหรือข่าวสังคม

-ข่าวที่มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย มักเป็นข่าวอื้อฉาวแทบทั้งสิ้น

 

-มีคนมากมายคิดว่า การเขียนบทความได้ดีเป็นพรสวรรค์ของนักเขียนหรือนักวิชาการ เป็นเรื่องที่ไกลตัว แต่ความจริงแล้วไม่ใช่อย่างนั้น สิ่งที่จำเป็นสำหรับการเขียนคือ การฝึกเขียนอยู่สม่ำเสมอ

-สิ่งที่จำเป็นสำหรับการเขียนคือ การฝึกเขียนอยู่สม่ำเสมอ

-การเขียนบทความได้ดีไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นสำหรับนักเขียนเท่านั้น แต่ยังจำเป็นสำหรับพวกคุณทุกคนด้วย

-ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้เหมือนกันหมด ถ้าฝีมือการเขียนไม่ดีแต่ฝึกฝนสม่ำเสมอ ฝีมือก็จะพัฒนาขึ้น

 

-ปัจจุบันนี้ความสำคัญของวิชาการไม่ได้ขึ้นอยู่กับอันดับคะแนนสูงต่ำของคณะ ภาค หรือวิชาเอกอีกแล้ว แต่คือทักษะที่สามารถนำความรู้จากวิชาเอกของตัวเองไปปรับใช้กับความต้องการของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

-ความเชื่อที่ว่าถ้าเรียนจบวิชาเอกใด จะสามารถทำงานในศาสตร์นั้นได้ ถือเป็นความคิดล้าหลัง

-ในยุคสมัยใหม่ เราจำเป็นต้องรู้กว้างๆและนำมาปรับใช้ให้เหมาะสม นำความรู้ที่หลากหลายนั้นมาสร้างเป็น “เรื่องราวของตัวเอง” ให้ตรงกับความต้องการของสังคม

 

- ชีวิตของเราเป็นเสมือนจิ๊กซอว์ขนาดใหญ่ที่จะต้องต่อ “ทีละชิ้นๆ” ให้ประสานกันอย่างดี

-ไม่มีใครรู้ได้ว่า ภาพจิ๊กซอว์ชีวิตจะออกมาเป็นอย่างไร จนกว่าจะต่อเสร็จ มีเพียงตัวเราเท่านั้นที่ต้องต่อภาพนั้นขึ้นเองทีละน้อยทีละนิด

-สุดท้าย สิ่งที่สำคัญมากกว่า “ไปได้เร็วแค่ไหน” คือ “ไปถูกทางหรือไม่”

-เราต้องใช้กระจกส่องย้อนดูตัวเองเสมอว่า “ตอนนี้ตัวเองกำลังทำอะไรอยู่”

-ความสำเร็จของชีวิตไม่ใช่ความสำเร็จยิ่งใหญ่เพียงครั้งเดียว แต่เป็นการถักทอชัยชนะขึ้นทุกวัน การเฝ้ารอชัยชนะแบบพลิกล็อก หรือรอจุดเปลี่ยน เป็นการเสียเวลาชีวิตในแต่ละวันไปโดยเปล่า

-จงอย่าสมมติ ให้ลงมือทำเลยในตอนนี้ จงปลูกเมล็ดความฝันให้ผลิบานขึ้นจริงในทุกๆวัน เวลาเป็นวัตถุดิบสร้างวิญญาณให้มนุษย์

-จงอย่ารอคอยปาฏิหาริย์หรือการพลิกล็อกใดๆในชีวิต ให้ลงมือปฏิบัติจริงในตอนนี้เลย

-เมื่ออยู่ต่อหน้าปัญหาที่มองไม่เห็นทางแก้ จงอย่ากังวลใจว่า “ต้องทำอย่างไร?” “ต้องทำอย่างไร?” แต่จงไตร่ตรองอย่างรอบคอบว่า “วันนี้ฉันจะสามารถทำอะไร เพื่อแก้ไขปัญหานี้ได้บ้าง?”

-ต่อให้เราสามารถย้อนเวลากลับไปในอดีตก็ไม่มีทางแก้ไขอดีตได้ แต่ถ้าเริ่มต้นใหม่ในตอนนี้จะสามารถเปลี่ยนผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้”

-จงร่างภาพจิ๊กซอว์ของชีวิตคุณตั้งแต่ตอนนี้ จงจินตนาการถึงภาพขนาดใหญ่ของชีวิตที่อยากเห็นในวันสุดท้ายเมื่อต้องลาจากโลกใบนี้ไป

 

아프니까 청춘이다 

(เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด)

คิมรันโด: เขียน

วิทิยา จันทร์พันธ์ แปล

......................

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot!  ชอบมากๆเลยคะ อยากอ่านหนังสือเล่มนี้จัง อ่านแค่นี้ยังทำให้ได้ข้อคิดขึ้นมามากเลยคะ ขอบคุณมากๆเลยนะคะ big smile

#10 By DADADAO on 2012-08-22 23:38

โดนใจแทบทุกบรรทัดเลย

#9 By dreammagicz on 2012-03-10 16:17

เป็นวัยรุ่น นี่มันยุ่งยากเสียจริง

#8 By ศรี on 2012-03-06 19:40

โอย แทงใจไปหลายข้อ
โดยเฉพาะ

"อายุที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่ประเด็นหลักที่ทำให้เราตัดใจยอมทิ้งความฝัน แต่เป็นเพราะเราเริ่มต้องการความมั่นคงและความสุขสงบ"

#7 By [ Sai ];charot on 2012-03-04 00:13

โดน ง่ะHot!

มีหลายๆ คำถามที่เอนเอียงให้เราเห็นด้วย กับเอนทรี่นี้ หนึ่งในนั้นคือ ความมั่นคงในชีวิต มีจริง หรอ ในเมื่อ สัจธรรมคือความไม่แน่นอน?...แล้วจะกลัว อยูไย จงกล้าbig smile สู้ๆๆๆ นะทุกคนbig smile
รีบโต รับยอมรับ ชีวิตจริงไม่เคยง่าย
บอกตัวเองครับผม ฮ่าๆ^___^

#5 By ของขวัญวันเกิด (171.4.180.25) on 2012-03-03 02:40

ก็จริงที่ว่าคนอายุ 20 มีชีวิตด้วยความว้าวุ่นใจหลาย ๆ อย่าง เพราะผมเองก็อายุราว ๆ นี้แล้ว มีแต่เรื่องวุ่นวายใจทั้งนั้น
โดนใจในหลายๆวลีครับ....
สามารถเป็นพลังผลักดัน เตือนสติ แนวทาง ในการดำเนินชีวิตได้ดีเลยทีเดียวเชียว ^^
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#3 By Pupha on 2012-03-02 23:03

ได้ข้อคิดดีๆกลับไปเต็มเลย ขอบคุณมากครับbig smile Hot!

#2 By 2521luck on 2012-03-02 21:36

ชอบจังเลย
ไม่รอปาฏิหาริย์หรอก
สู้สุดชีวิต
สอง ฮ่าๆๆ
big smile open-mounthed smile confused smile Hot! Hot! Hot!

#1 By Nirankas on 2012-03-02 19:47