นำออกเพื่อนำเข้า

posted on 22 Feb 2012 18:51 by porglon in Books

  

 

            ช่วงนี้ผมฝึกทิ้งของที่ไม่จำเป็นออกจากชีวิตครับ อะไรที่ไม่ได้ใช้เกินหนึ่งปีหมายความว่าไม่ได้ใช้แน่ๆ แม้จะบอกตัวเองว่าเก็บไว้ก่อนเผื่อสักวันจะได้ใช้ แต่จากประสบการณ์คือไม่เห็นได้ใช้เลย - -*

            เหตุที่ผมเริ่มทิ้งของไม่จำเป็นออกจากชีวิตนั้นมาจากน้องสาวคนหนึ่งที่เจอบนรถเมล์ เธอหยิบหนังสือสองเล่มออกมาเปิดๆ ดูระหว่างรอรถติด เล่มแรกคือ มองมุมกลับลับความคิด ของ ฮิวจ์ แมคลาวด์ ที่ผมอ่านแล้วชอบ มันเป็นงานแปลที่อ่านแล้วคล้ายๆ พี่โหน่งวงศ์ทนง เขียน โดย ฮิวจ์ แมคลาวด์ เป็นมนุษย์เงินเดือนในนิวยอร์กที่วาดการ์ตูนเล่นในนามบัตรยามว่างแล้วเอามาอัพบล็อกจนมีคนติดต่อซื้องานไป ขณะเดียวกันเขาก็เขียนบทความไปด้วย แล้วมีคนอ่านเดือนละ 2 ล้านจนสนพ.มาติดต่อของานไปตีพิมพ์

           บทความที่เขาเขียนพูดเรื่องการเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ต้องตามหาความฝันไปด้วย เพราะใจจริงเขาอยากเป็นศิลปินหรือนักวาดการ์ตูนมากกว่า ทั้ง 40 บทความว่าด้วยการตามล่าความฝันแบบอิงความจริง เช่น อย่าฟังความเห็นของคนอื่น / ไม่ต้องเป็นไอเดียใหญ่โต ขอแค่เป็นไอเดียของคุณก็พอ / ไอเดียดีมักจะมีวัยเด็กที่โดดเดี่ยวเสมอ / ทุกคนเกิดมาเป็นนักสร้างสรรค์ / อย่าหยุดงานประจำที่ทำอยู่ / ร้องเพลงด้วยเสียงของตนเอง / คุณต้องหาแนวทางของตัวเอง / เริ่มเขียนบล็อก / ระวังให้ดีถ้าคุณจะเปลี่ยนงานอดิเรกให้กลายเป็นงานประจำ ฯลฯ ส่วนตัวผมว่าหนังสือเล่มนี้ดีมากและใช้ได้จริง เพราะไม่เขียนเอาเท่อย่างเดียว แต่ที่น่าแปลกคือ หนังสือวางขายมาสองปีแล้วยังไม่ได้พิมพ์ซ้ำเลย ดังนั้นถ้าใครเจอฝากอ่านสักบทนะครับ ซื้อไม่ซื้อแล้วแต่ความชอบ แต่ถ้าลองซื้อไปละเลียดอ่านกับกาแฟแก้วโปรดละก็ รับรองเป็นวันที่ดีแน่ๆ

            นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ผมสนใจหนังสืออีกเล่มในมือน้องเค้ามากกกกก 8 พลังเสกหนึ่งวันธรรมดากลายเป็นวันพิเศษ ของ คุณโฮริคาวะ นามิ นั้นผมเคยเห็นตามร้านหนังสือเหมือนกัน แต่ไม่ได้สนใจ เพราะหนังสืออยู่หมวดฮาวทูที่ไม่ค่อยเดินเข้าไป ผมจำหน้าปกแล้วรีบไปซื้อทันที พอได้อ่านแค่นิดเดียวก็ตายอยู่ตรงนั้นเลยครับ เพราะมันเป็นกราฟิกฟิกชั่นที่ Less is More มากกกกก คือ วาดรูปง่ายๆ ใช้เส้นน้อยๆ ประกอบคำพูดสั้นๆ แต่อ่านแล้วจะรู้สึกเลยว่า ถ้าไม่ได้ผ่านประสบการณ์มากมายมาแล้วละก็คงเขียนไม่ได้แน่ๆ

            ทำให้สงสัยต่ออีกว่า ต้องค้นหาตัวเองอยู่นานแค่ไหนกันนะ? ต้องต้องเหลวมากเท่าไหร่? ต้องมองโลกในแง่งามแค่ไหนถึงจะหาวิธีธรรมดาๆ มาชาร์ตพลังให้ชีวิตได้ เรื่องที่ผมชอบก็เช่น การจ้องมองตัวเอง การมีสมุดโน๊ตของตัวเอง การขัดห้องน้ำ การเดินทางเพียงลำพัง การนับสิ่งดีๆ เพื่อรักษาสมดุลไม่ให้เอียงไปด้านร้าย การประดับสิ่งที่ชอบ ความสะอาดทุกซอกมุม สิ่งที่ค้นพบในงาน ทางเข้าบ้านเป็นสิ่งสำคัญมาก ตัวเองที่อยู่ในตัวทุกคน ความเล็กของตัวฉัน ท้องฟ้าของฉัน ฯลฯ

            แน่นอนว่า ‘การทิ้งของที่ไม่ต้องการ’ เป็นอีกข้อที่มีในเล่มและผมกำลังฝึกตาม เพราะรู้สึกว่าถ้าทิ้งของที่ไม่ได้ใช้ออกไปแล้วจะเหลือพื้นที่ให้สิ่งดีๆ เข้ามามากขึ้น

  

           ปล. เฟซบุ๊คส์สนพ. ฝากเข้าไปไลท์กันหน่อยนะครับ http://www.facebook.com/springbooks?ref=ts ขอบคุณมากเลยครับ

Comment

Comment:

Tweet

วันนี้ลองจัดบ้่าน ทิ้งของที่ไม่ได้ใช้ ตามที่หนังสือบอก เลยค้นพบว่า ของหลายชิ้น ไม่ได้มีไว้ให้ใช้ แต่มีไว้เพื่อนึกถึงใครบางคนค่ะ ^_^

#9 By polaris (49.228.224.110) on 2012-02-25 12:29

ชอบเก็บของเหมือนกัน
แต่ก็ต้องตัดใจทิ้งไปบ้างเหมือนกันสินะครับ

ชอบคำว่า "ต้องตามหาตัวเองนานเท่าไหร่กันนะ" จัง

#8 By iamdozenist on 2012-02-24 11:28

จิงครับ ผมก็เป็นพวกขี้เก็บเหมือนกัน สงสัยต้อง สะสาง สะอาด บ้างแล้วHot! Hot! Hot!

#7 By posasa on 2012-02-24 10:35

น่าอ่านทั้งสองเล่ม
และที่ยกตัวอย่างมา ก็น่าลองทำทั้งนั้นเลยค่ะ
พรุ่งนี้จะลองไปเล็งๆ ที่ร้านหนังสือดูบ้าง cry

#6 By แอ้ on 2012-02-23 19:56

ทิ้งอะไรไปเยอะเหมือนกัน...

กลายเป็นพวกบ้าสมบัติกลับใจ...

big smile
Hot! Hot! Hot! open-mounthed smile open-mounthed smile

#4 By แทณนี่แหละ on 2012-02-23 05:38

พยายามไม่สะสมของเหมือนกันค่ะ big smile

#3 By ตรีพันธ์ on 2012-02-22 21:45

อย่างน้อยก็ได้เริ่มต้นแล้ว ขอให้สิ่งดีๆ เข้ามาแทนที่สิ่งเก่าๆ นะคะ big smile

เล่มแรกก็น่าสนใจมากค่ะ ทั้งชีวิตคนเขียน และหนังสือเลย big smile Hot! Hot! Hot!
Hot! Hot! Hot!

นี่คงเป็นจุดเริ่มต้นของการทำ5ส. ด้วยนะเนี่ย^^555+

big smile big smile big smile