by วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์

            

 

            -เราแต่ละคนล้วนรู้สึกว่า ตัวเองขาด-ตก-บกพร่องอะไรสักอย่างสองอย่างหรือหลายอย่างเสมอ ไม่มีใครในโลกนี้หรอกที่คิดว่าตัวเองสมบูรณ์พร้อม

 

            -การเปิดโอกาสให้ปมด้อยมาเกาะกินรบกวน และรังควานชีวิตนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดและยุติธรรมต่อตัวเราเท่าใดนัก

 

            -การทำตามอย่าง เป็นลักษณะพื้นฐานของคนจำนวนมากที่ขลาดกลัวต่อการแปลกแยก ข้อดีของการตามแบบที่มีคนทำอยู่ก่อนแล้วคือมันปลอดภัย มีความเสี่ยงต่ำ และพอที่จะคาดหวังผลได้

 

            -หากอยากโดดเด่น คุณก็ต้องแตกต่าง หากไม่อยากเหมือนใคร คุณก็ต้องไม่ทำอะไรซ้ำกับที่มีอยู่แล้ว

 

            -งานที่ดี เนื้องานควรมีลักษณะที่กลมกลืนกับความชอบและความสนใจของเรา

 

            -งานที่ดีไม่ควรทำให้เรารู้สึกว่าเป็นภาระ แต่ควรเป็นกิจกรรมที่เข้าจังหวะกับชีวิต

 

            -'โชคดี' ของผมไม่ได้เกิดจากการนั่งอยู่เฉยๆ แล้วโชคดีจะลอยมาหล่นใส่ แต่ผมพาตัวเองลุกขึ้นเดินไปหามัน แนะนำตัวทำความรู้จักและขออนุญาตเคี่ยวกรำประสบการณ์กับมัน

 

            -เราแต่ละคนต่างก็มีเงื่อนไขในชีวิตที่แตกต่างกันไป

 

            -ชีวิตนั้นไม่ได้เป็นของเราแต่เพียงผู้เดียวอย่างแท้จริงหรอก เรายังต้องแบ่งปัน เรายังต้องดูแล สำคัญกว่านั้นคือ เรายังต้องรับผิดชอบชีวิตอื่นที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเรา

 

            -ขอให้อย่ามองว่าความรับผิดชอบเป็น 'ภาระ' แต่ให้มองว่า 'หน้าที่' , โลกความฝันมันสวย แต่โลกความจริงนั้นสำคัญกว่า การพักวางความฝันไว้ชั่วคราวเพื่อจัดการกับความจริงให้ลุล่วงเสียก่อน คือลำดับหน้าที่ที่ควรกระทำ

 

            -ใช่ว่าไม่ได้ทำตามฝันวันนี้แล้วโลกจะถล่มลงตรงหน้าเสียเมื่อไหร่ แหงนหน้าดูสิ ท้องฟ้ามันกว้างจะตายไป

 

            -การได้ช่วยเหลือผู้คนนั้นเป็นความรู้สึกที่วิเศษ

 

            -ลองเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนที่ 'มีน้อยกว่า' หรือ 'ด้อยกว่า' ทุกประการดูบ้าง แล้วความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่ว่าจะกระเตืองขึ้น

 

            -เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า จงออกไปช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

 

            -ลองมองไปรอบๆ ตัวหรือแม้กระทั่งก้มมองที่ตัวเอง เราจะพบว่าแม้ไม่ได้ต้องโทษ แต่คนจำนวนมากกลับใช้ชีวิตราวกับกำลังถูกจองจำ เราสร้างกำแพงหนาทึบบางอย่างไว้กักขังตัวเอง แล้วพิพากษาตัวเองเสร็จสรรพ ให้ต้องอยู่ในนี้ตราบนานเท่านาน ที่น่าเศร้าคือหลายคนยอมที่จะถูกกักขังตลอดชีวิต โดยไม่คิดจะออกมา

 

            -ชีวิตถูกสร้างมาให้อิสระ แต่ละชีวิตกำเนิดขึ้นพร้อมกับอิสรภาพ เราแต่ละคนเลือกเกิดไม่ได้ หากเลือกที่จะมีชีวิตแบบใดก็ได้ นั่นคือความจริง

 

            -ใครที่กำลังอยู่ในสภาพไร้อิสรภาพ สิ่งแรกที่ผมขอแนะนำให้ทำทันทีคือ ปลดเปลื้องพันธนาการทั้งหลายทิ้งไปให้หมด แล้วออกมา!

 

            -คนที่ผมชื่นชม หากไม่ใช่คนที่ทำงานอุทิศตนเพื่อสังคม ก็จะเป็นคนทำงานศิลปะหรือนักประดิษฐ์

 

            -คำว่า 'ทะเล้น' กับคำว่า 'Talent' นั้นออกเสียงใกล้กันจนน่าประหลาดใจ

 

            -ความคิดเห็นส่วนใหญ่ที่ถูกแสดงออกมักเป็นไปในทางลบมากกว่าทางบวก เรื่องนี้ผมสันนิษฐานว่า อาจเพราะการได้ตำหนิคนอื่นทำให้คนคนนั้นรู้สึกถึงความสำคัญของตนเองขึ้นมา

 

            -การวิจารณ์ นั้นประกอบด้วยรูปแบบ เหตุผล รวมถึงเจตนารมณ์และคุณค่าที่ลึกซึ้งกว่าอย่างเทียบกันไม่ได้

 

            -ใช่ว่าทุกความคิดเห็นจะเป็นจริงและเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องเชื่อไปเสียทั้งหมด ทรรศนะบางอย่างของบางคนนนั้นไม่ได้ผ่านการคิด เราไม่ต้องอ่อนไหวหรือใส่ใจกับมันมากก็ได้

 

            -ความคิดเห็นที่สร้างสรรค์และถูกส่งมาจากจิตใจปรารถนาดีนั้นเปรียบได้กับใบไม้ที่ร่วงหล่นพื้นดิน สามารถแปรสภาพเป็นปุ๋ยที่ช่วยบำรุงให้ต้นไม้นั้นแข็งแรงเติบโตต่อไป ส่วนความคิดเห็นที่ไร้ประโยชน์ ก็เหมือนใบไม้ใบเล็กใบน้อยที่ร่วงๆ อยู่บนพื้นปูนนั่นแหละ

 

            -เมื่อแพ้ขึ้นมา อย่าให้ความรู้สึก ของการเป็น 'loser' หรือ 'ไอ้ขี้แพ้' เกาะกุมกัดกินตัวเอง

 

            -ผู้ยิ่งใหญ่หลายคนในโลกนี้ ได้รับการยกย่องไม่ใช่จากการไม่เคยแพ้ แต่เพราะแพ้แล้วสามารถกลับมาชนะได้ต่างหาก

 

            -โอกาสนั้นเหมือนกับอากาศ คือล่องลอยอยู่ทั่วไปรอบๆ ตัวเรา นั่นหมายความว่า ทุกคนสามารถที่จะหายใจเอาอากาศเข้าสู่ปอดได้พอๆ กัน แต่อากาศที่ดี อากาศที่บริสุทธิ์ สูดเข้าไปแล้วทำให้ปอดขยาย ร่างกายสดชื่น มักลอยสูงอยู่บนยอดเขา ยิ่งสูงขึ้นไป อากาศก็ยิ่งบริสุทธิ์ คนที่ไม่อยากหายใจปะปนกับคนจำนวนมาก แต่อยากได้อากาศวิเศษที่ว่า ทำได้อย่างเดียวคือต้องป่ายปีนขึ้นไป โอกาสเป็นสิ่งที่ต้องไขว่คว้า คุณต้องท่องและจำคำนี้เอาไว้เลย

 

            -ถ้าไม่เลือก ก็ช้าไปทั้งชีวิต

 

            -คนจำนวนมากลังเลที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิต

 

            -คนจะมองไปข้างหน้าอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมองซ้าย มองขวา แล้วก็มองหลังด้วย ก็เหมือนกับขับรถนะครับ บางจังหวะควรเร่งก็ต้องเร่ง ควรแซงก็ต้องแซง บางจังหวะควรชะลอก็ช้าหน่อย เดี๋ยวจะเฉี่ยวชนเอา

 

            -ชีวิตกับการขับรถมันก็มีอะไรคล้ายคลึงกันหลายอย่าง ชีวิตต้องการการดูแลรักษา ทั้งสภาพร่างกายและสภาพจิตใจ รถยนต์ก็ต้องการการทะนุบำรุง ถ้าต้องการให้ใช้งานได้ประสิทธิภาพยาวนาน ก็ต้องหมั่นตรวจเช็กเครื่องยนต์เป็นระยะ

 

            -การขับรถทางไกลยังสอนบทเรียนสำคัญแก่ผมอีกสองเรื่องว่า ควรเติมน้ำมันให้เต็มถังอยู่เสมอ อย่าหวังปั๊มบ่อหน้า และไม่ไหวอย่าฝืน หากขับรถมานานแล้วรู้สึกอ่อนล้า ไปไม่ไหวอีกต่อไปก็จงจอดพัก

 

            -ความคล้ายคลึงกันระหว่างการขับรถกับการใช้ชีวิตคือ ทั้งสองอย่างมีไว้ให้ขับเคลื่อน รู้ไหมครับว่า ถ้าคุณจอดรถทิ้งไว้นานๆ โดยไม่สตาร์ทเครื่องขับมันออกไปไหนต่อไหนบ้าง เครื่องมันจะเย็นแล้วรถมันจะเสีย

 

            -ทำนองเดียวกัน ชีวิตก็ควรได้รับการขยับเขยื้อนเคลื่อนย้ายบ้าง ไม่อย่างนั้นมันจะเหี่ยวเฉา

 

            -ความเหงาทำให้ผมได้ทบทวนและค้นหาความสนใจใครรู้ของตัวเอง

 

            -คนที่ผมรู้จักจำนวนมากอยู่กับตัวเองไม่ได้ ทำอะไรคนเดียวไม่เป็น คนเหล่านี้ไม่เคยได้รู้ว่า อิสระจากการลงมือทำอะไรหรือไปไหนมาไหนตามใจเรา โดยไม่ต้องพะวักพะวงหรือประนีประนอมความชอบกับคนอื่นนั้นเป็นความสุขขนาดไหน

 

            -การอยู่กับตัวเองทำให้เราได้ 'พูดคุย' กับตัวเอง

 

            -ถ้าเรารู้จักตัวเอง เราจะรักตัวเองมากขึ้น

 

            -คนที่ 'รู้จัก' และ 'เข้าใจ' ตัวเรามากที่สุด ที่ถูกแล้วน่าจะเป็นเราไม่ใช่ใครอื่น

 

            -ความเหงาไม่ใช่ความทุกข์ ความเหงาไม่ใช่สิ่งน่าอาย ความเหงาไม่ใช่เรื่องเลวร้าย หากความเหงานั้นมีประโยชน์ ความเหงาสร้างงานได้ ความเหงาทำให้เราถ่องแท้กับตัวเอง

 

            -ความเหงาคือความกล้า และแน่นอน คนขี้เหงาก็คือคนกล้าหาญ

 

 

           

            หมายเหตุ: -เนื้อหาด้านบนคัดเฟ้นมาจากหนังสือ TRY

                             ขอบคุณพี่โหน่ง วงศ์ทนง สำหรับหนังสือดีๆ เล่มนี้ครับ :)

Comment

Comment:

Tweet

ชอบหนังสือเล่มนี้มากค่ะ
เวลาไม่มีกำลังใจ คิดอะไรไม่ออกจะหยิบขึ้นมาอ่านเสมอ big smile

#11 By sailles™ on 2012-07-08 21:33

คมเกินไป

#10 By ศรี on 2012-03-06 19:44

dP - เล่มนี้สนุกเนอะ

polaris - แต่ถ้าเปลี่ยนแปลงไปสู่เรื่องที่ดีขึ้นก็น่าทำครับ

givgiw - big smile

พลทหารชั้นสอง - ถ้าลุกขึ้นมาก็จะชนะครับ แบบตัวเอกในการ์ตูนหลายเรื่อง หุหุ

I'am Ambryo - การอยู่คนเดียวบางครั้งเป็นกิจกรรมที่สนุกมากครับ

PlAY - อย่าลืมปริ้นไปแปะข้างฝาครับ
กด ctrl+c หลายรอบเลยครับ ฮ่าๆ ที่ชอบที่สุดคงเป็นอันนี้ครับ อ่านแล้วรู้สึกโดนมากๆ (จริงๆข้ออื่นก็โดนนะครับ)
-ความเหงาทำให้ผมได้ทบทวนและค้นหาความสนใจใครรู้ของตัวเอง
ปล.ต้องซื้อมาอ่านบ้างซะแล้ว ขอบคุณมากครับ confused smile Hot! Hot!

#8 By PlAY on 2012-02-08 00:14

เป็นเล่มที่หยิบมาอ่านบ่อยมากเลยค่ะ ^^

#7 By [ Sai ];charot on 2012-02-07 23:43

"คนที่ผมรู้จักจำนวนมากอยู่กับตัวเองไม่ได้ ทำอะไรคนเดียวไม่เป็น คนเหล่านี้ไม่เคยได้รู้ว่า อิสระจากการลงมือทำอะไรหรือไปไหนมาไหนตามใจเรา โดยไม่ต้องพะวักพะวงหรือประนีประนอมความชอบกับคนอื่นนั้นเป็นความสุขขนาดไหน"

#6 By I'am Ambryo on 2012-02-07 22:50

-เมื่อแพ้ขึ้นมา อย่าให้ความรู้สึก ของการเป็น 'loser' หรือ 'ไอ้ขี้แพ้' เกาะกุมกัดกินตัวเอง

ชอบอันนี้
Hot! Hot! Hot!

#4 By givgiw on 2012-02-07 17:29

คนจำนวนมากลังเลที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง--- เป็นหนึ่งในคนจำนวนมากค่ะ บางทีการตัดสินใจที่ยากที่สุดในชีวิต ก็คือการเปลี่ยนตัวเองนี่ละมั้งคะ ^_^

#3 By polaris (110.168.151.90) on 2012-02-07 14:52

ผมเคยอ่านครับ ชอบๆbig smile Hot!

#2 By dp on 2012-02-07 13:45

-ผู้ยิ่งใหญ่หลายคนในโลกนี้ ได้รับการยกย่องไม่ใช่จากการไม่เคยแพ้ แต่เพราะแพ้แล้วสามารถกลับมาชนะได้ต่างหาก

^
^
ตีเสมอก่อนหมดเวลา แล้วยิงนำตอนช่วงทดเวลาบาดเจ็บconfused smile