ถ้าถามว่าอาชีพไหนที่ 'คนรุ่นใหม่' ให้ความสนใจและเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน

            'นักเขียน' เป็นหนึ่งในอาชีพเหล่านั้น ฮิตติดชาร์ตไม่แพ้ดารา นักแสดง นักร้อง หรือผู้กำกับเลย ถือเป็นความฝันสวยงามเล็กๆ ที่เก็บซ่อนอยู่ในใจหลายๆ คน บางคนแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งจนเพื่อนทุกคนรู้ บางคนเก็บเงียบสนิทไม่บอกใคร แต่มีจุดหมายเดียวกันคือ 'อยากเป็นนักเขียน' สาเหตุที่หลายคนอยากเป็นนักเขียนมักจะมาจากการเป็นนักอ่านมาก่อน เมื่ออ่านมากและเก็บสะสมบ่มเพาะความคิดได้ที่ วันหนึ่งก็อยากจะถ่ายทอดออกมา

            บางคนจินตนาการไปแล้วว่า ตัวเองกำลังนั่งเขียนต้นฉบับพร้อมจิบกาแฟรสโปรดไปด้วย ไม่เอรสเพรสโซ่ ก็ลาเต้ ไม่งั้นก็คาปูชิโน่ ไอเดียหลั่งไหลจนเขียนเรื่องแทบไม่ทัน พอเมื่อยล้าก็หยุดพักแวะชมภาพยนตร์หาแรงบันดาลใจสักเรื่อง ก่อนกลับมาทำงานต่อ ตกดึกก็หยิบหนังสือจากชั้นมานอนละเลียดอ่านบนโซฟา หรือตอบคำถามจากนักอ่านที่ฝากคำถามไว้บนเว็บไซด์ ทวิตเตอร์ หรือเฟซบุ๊คส์             แล้วพอช่วงงานสัปดาห์มาถึงก็แจ้งวันว่างกับ บก. สนพ. แล้วแวะไปแจกลายเซ็นที่ศูนย์ประชุมสิริกิติติ์ จับมือทักทายนักอ่านที่รีบวิ่งมาต่อแถวยาวเหยียด ถ่ายรูปคู่กันไม่แพ้ดาราดัง พอตกเย็น บก.สนพ. ก็ชวนไปจิบเบียร์ ัน่งถกเรื่องมุมมองความคิด วงการวรรณกรรม และปรัชญากันอย่างเมามันส์

            'นักเขียน' จึงเป็นอาชีพในฝันของหลายคน อาจเพราะการทำงานโดยรวมที่ดูไม่ยุ่งยาก เพียงแค่มีคอมพิวเตอร์หรือปากกากับกระดาษก็สร้างงานได้แล้ว แถมไม่ต้องตอกบัตรตอนเช้าตรู่ ไม่ต้องทนรถติด ไม่ต้องติดต่อประสานงาน ไม่ต้องประชุมห้าหกชั่วโมงติด และแทบไม่ต้องผิดใจกับเพื่อนร่วมงาน ก็ถือเป็นงานที่น่ารื่นรมย์จริงๆ

            หากจะเลือกทำงานที่บ้านก็ได้ ไม่งั้นก็แวะร้านกาแฟชิกๆ เขียนเรื่องที่อยู่ในหัวออกมา หรือถ้าเบื่อมากก็เปลี่ยนบรรยากาศไปทำงานริมทะเล ไม่งั้นก็หมกตัวอยู่ในห้องพักย่านมาเก๊าหรือบนเกาะในประเทศกรีซ เพื่อเขียนคอลัมน์ประจำหรือเขียนหนังสือใหม่สักเล่ม เสร็จแล้วก็ส่งอีเมลไปยังสำนักพิมพ์ พักฉลองแล้วเริ่มงานชิ้นใหม่ต่อไป

            นี่ขนาดยังไม่นับการเผยแพร่ความคิดและตัวตนให้ผู้อ่านได้รับรู้ที่เป็นมนเสน่ห์หลักของอาชีพนี้ระดับบิ๊กแบงค์

            'นักเขียน' จึงเป็นงานในฝันที่สวยงามเกินกว่าคำบรรยายใดๆ จะมากพอสาธยายได้ และไม่น่าแปลกใจที่ใครๆ ก็ใฝ่ฝันถึง! ทว่าน้อยคนที่จะรู้ว่า ที่ผมเล่ามาทั้งหมดนี้แท้จริงแล้วคือ 'กับดักความฝัน' ของคนอยากเป็นนักเขียน ซึ่งเป็นสิ่งที่จะกักขังและเหนี่ยวรั้งคุณไว้ไม่ให้เดินหน้าต่อไปในอาชีพนี้ได้เลย เพราะในโลกความจริงนักเขียนที่จะอยู่ได้ทั้งชาติด้วยการเขียนหนังสือเพียงอย่างเดียวมีไม่ถึง 0.001 เปอร์เซนต์* หรือพูดให้ชัดๆ คือแค่หนึ่งในหมื่นเท่านั้นเอง

            ได้ยินแบบนี้แล้วงังเงียตื่นจากฝันสวยงามกันหรือยังครับ แต่ถ้ายังฝันค้างไม่อยากตื่นอยู่ ผมจะบอกความจริงแทงใจให้ฟังดังๆ อีกสักข้อว่า ใน 0.001% นั้นก็มีทั้งนักเขียนที่ดังมากและไม่ค่อยดังเท่าไหร่ และความจริงแทงใจดังจึ๊กซ้ำสองก็คือ นักเขียนยิ่งดังยิ่งดึงดูดเม็ดเงินและความสำเร็จไปที่คน ๆ เดียว

            ถ้ายังไม่เห็นภาพยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น หากนักอ่านสักคนหนึ่งที่มีเงินพอที่จะซื้อหนังสือเล่มเดียวระหว่าง หนังสือ 'แฮรี่พอตเตอร์' ของคนที่คุณก็รู้ว่าใคร กับ หนังสือ 'อะไรสักอย่าง' ของใครสักคนก็ไม่รู้ คุณตอบได้ไหมครับว่าตอนจ่ายตังค์ที่เคาน์เตอร์เงินจะไหลไปหาใคร ผมยืนยันนอนยันว่า มันไหลไปหาคนที่คุณก็รู้ว่าใครแน่นอน

             แล้วถ้าอย่างนั้นนักเขียนหนังสือ 'อะไรสักอย่าง' คนนั้นจะทำยังไงรู้ไหมครับ ไม่ยากนักหรอก เพราะเขาแค่ตื่นจากฝัน ล้างหน้าแปรงฟัน และตัดสินใจครั้งสุดท้ายว่า จะยึดติดกับการเขียนหนังสือและเป็นนักเขียนระดับล่างต่อไป พร้อมกับดำรงค์สถานะนักเขียน(ที่ดูมีหน้ามีตา ดูอิสระกิ๊บเก๋ยูเรก้า และเป็นอาชีพเดียวกับนักเขียนพันล้านอย่าง เจเคโรลลิ่ง หรือ สตีเฟ่นคิงส์) ต่อดีไหม

             และรอคอยว่าวันใดวันหนึ่งฟากฟ้าจะประทานไอเดียเด็ดๆ มาให้ (อารมณ์ประมาณการเสี่ยงโชค คล้ายๆ กับการเล่นหวยทางชีวิตนั่นล่ะ) แต่ผมเดาว่า บางทีเขาอาจจะใช้วิธีสุดท้ายที่ได้ผลมากๆ ก็คือ เลิกเขียนแล้วไปประกอบอาชีพอื่นแทน

            ถ้าใครสักคนอยากเป็นนักเขียนจริงๆ อันดับแรกต้องหลุดจากกับดักความฝัน ปลดพันธนาการที่เหนี่ยวรั้งก่อน และทำความเข้าใจใหม่ว่า 'นักเขียน' ก็คือ 'อาชีพ' ที่มีการแข่งขันกันสูงมาก(เพราะอาชีพนี้ไม่มีคณะไหนเปิดสอนพร้อมรับประกันว่าจบมาแล้วจะเป็นนักเขียนได้)

            พูดตรงๆ ทื้อๆ การเป็น 'นักเขียน' มันก็เหมือนการแข่งขันสอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยปิดหรือเปิดร้านแข่งขันทำธุรกิจอะไรสักอย่างนั้นแหละ ถ้าไม่อยากเอนซ์ไม่ติดหรือปิดกิจการโดยเร็ว จะให้ดีก็ต้องมีการเตรียมตัว วางแผน ลงทุนความฝัน และการประเมินผลความจริงควบคู่กันไป เพราะหลายคนยังอาจไม่รู้ว่าถึงจะเขียนหนังสือดีแค่ไหน แต่วางแผงไปแล้วขายไม่ได้ก็ตายลูกเดียว

            ถ้าอยากเป็นนักเขียน หากพร้อมแล้วก็ล้อมวงเข้ามา ผมจะเล่าทุกเรื่องที่รู้มาให้ฟัง!

 

 

 ...................................................................................................................

            -นี่คือบทนำของต้นฉบับที่ผมเขียนอยู่นะครับ(เอาไว้สำหรับเสนอ สนพ. สักแห่ง) เป็นไอเดียที่จดไว้นานแล้ว แต่ก่อนหน้านี้คิดว่าต้องทำงานไปอีกสักระยะ อาจอีกสัก 5  ปี 10 ปี ค่อยเขียนออกมาก็ได้ แต่พอคิดว่า ถ้าพรุ่งนี้โดนรถชนตายไปนี่จะทำยังไงล่ะ คงไม่ได้เขียนแน่เลย แล้วสิ่งที่เก็บสะสมมาตลอดโดยเฉพาะจากประสบการณ์ตรงล่ะ คงหายวับไปกับตา แถมถ้าไปเกิดใหม่ต้องดื่มน้ำน้ำลบความทรงจำอีก(ซวยล่ะ ยังไงก็จำไม่ได้แน่) พอคิดดีๆ ก็เลยตัดสินใจเขียนเลยแล้วกัน อย่างน้อยก็คิดว่าน่าจะมีประโยชน์สำหรับคนที่อยากเป็นนักเขียนแน่ๆ

             -*0.001% ตัวเลขนี้มีสูตรคำนวณที่เชื่อถือได้จริง แต่ขอไม่เปิดเผยที่มาก่อนนะครับเพื่อไม่ให้มีปัญหาตามมาภายหลัง แต่ถ้าใครสงสัยว่าทำไมมันไปตรงกับเปอร์เซนต์อาชีพนักเขียนการ์ตูนในการ์ตูนแฉแหลกวงการการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่อง บาคุแมน ต้องบอกว่าเป็นเรื่องบังอิญที่ตรงกันครับ

            -ถ้าใครแวะเข้ามาอ่านแล้วชอบ ก็ช่วยคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ ถ้าไม่รู้จะพิมพ์อะไร แค่อีโมติคอนก็ดีใจแล้ว ถือว่าช่วยๆ กันนะครับ ถ้ารู้ว่ามีคนสนใจอ่าน ผมจะได้แวะมาอัพให้อ่านกันนะ

           

Comment

Comment:

Tweet

ความจริงอันโหดร้าย
#ขอเศร้าแป๊บ

#80 By (27.55.97.213|27.55.97.213) on 2015-04-28 19:38

ผมนี่ก็นักอยากเขียนคนนึงเลยฮะ แต่สงสัยจะเป็นนักเขียนแบบเพียวๆจะไปไม่ค่อยรอดล่ะมั้งsad smile

#79 By AkiRa on 2014-12-01 22:09

เขียนได้เข้าถึงจิตวิญญาณมากครับ

#78 By Sommay (103.7.57.18|203.146.115.190) on 2013-05-29 10:22

ความจริงก็เคยคิดอยากเป็นนักเขียน แต่ก็หลุดออกมาจากกับดักความฝันจนได้ เมื่อมองย้อนกลับไปก็รู้สึกว่า กับดักที่ซ้อนเร้นอย่างแยบยลนี้ ได้ให้บทเรียนที่มีค่ากับเรา กลับรู้สึกว่าจะต้องพยายามให้มากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะไม่มีอะไรที่ได้มาง่าย ๆ

#77 By Mossy on 2012-09-04 18:52

คงคล้ายๆกับนักเขียนการ์ตูนนะคะนี่

#76 By MEISANMUI™ on 2011-06-15 15:56

อ่านแล้ว อึ้ง ทึ่ง เสียว wink

แต่มันก็เป็นความจริงนี่นา

#75 By A r c h i r a on 2011-03-30 14:08

อยากอ่านอีกค่ะbig smile Hot!

#74 By แพนเค็กก้นกระทะ (61.19.194.200) on 2011-01-19 15:50

ชอบค่ะ big smile

#72 By น้ำริน (61.90.71.136) on 2010-12-15 17:33

ชอบ entry นี้ค้าบ big smile
Hot! Hot! Hot!

#70 By r-u-c-h on 2010-12-04 01:49

นักเขียนเป็น "อาชีพเสริม" ที่น่าสนใจคับ

#69 By ชุน on 2010-12-03 22:07

เศร้าแต่จริง

#68 By Thai Musics Guide on 2010-12-03 17:42

นายทองเคยบอกว่า

ถ้าเราเล่นกีฬาอะไรสักอย่าง
มันจะสนุก
จนกระทั่งเราเป็นนักกีฬาชนิดนั้น

#67 By วิชัย... on 2010-12-03 16:56

อืมม เป็นมุมคิดที่เตือนใจใครต่อใครได้ดีจริงๆครับ
รวมทั้งผมด้วย ฮา
ผมก็พยายามหาโอกาสเขียน ออกสาธารณะทุกครั้งที่มีโอกาส แม้จะไม่มีเงินให้ T_T
ก็อยากเขียน พอเห็นได้ พิมพ์ออกมาก็ชื่นจายยยย
(คนอ่านป่าว อันนั้น อีกเรื่อง )



ปล.
หน้าตา blog เราคล้ายกันเล็กๆนะครับ ขึ้นต้นด้วยชั้นหนังสือ แต่ของคุณมีหลายชั้นหลายเล่มกว่า :)Hot! Hot!
confused smile รอติดตามตอนต่อไปค่ะ
Hot! Hot!

#64 By Risara na er... on 2010-12-02 23:47

^^ เป็นคนนึงที่ชอบอ่าน ชอบเขียน ชอบวาดการ์ตูนอีกต่างหาก ตอนนี้ก็บอกกับตัวเองว่าค่อยเป็นค่อยไป สูู้ๆๆๆ
ทำสิ่งที่ชอบให้มีความสุข ไม่กดดันตัวเองค่ะ
ขอบคุณนะคะที่เขียนบทความดีๆๆ จะแวะมาอ่านใหม่ค่ะ
Hot!

#63 By toon-think ja on 2010-12-02 21:24

เห็นด้วยกับ ให้เริ่มเขียนตั้งแต่ตอนนี้จะได้ไม่เสียใจทีหลังนะครับ ฮ่าๆๆๆdouble wink

#62 By HANA★HANA on 2010-12-02 20:04

Hot! Hot!

#61 By muayaoi on 2010-12-02 19:07

อื้อ! เมื่อก่อนก็คิดแบบนั้นแหละ แต่พอโตขึ้นเรื่อยๆ ก็รู้ไปเอง เฮ้อ ,, สุดท้ายก็ยังไม่เป็นชิ้นเป็นอันอย่างเคย

ขอบคุณสำหรับเรื่องที่อ่านแล้วทำให้เห็นภาพและเตือนสติ เด็กๆหรือ หลายๆคนได้มากเลยค่า
Hot!

#60 By pladow on 2010-12-02 18:29

สู้ สู้ เป็นกำลังใจให้ นักเขียน ทุกท่าน ค้าบบบ

#59 By [CJ] Coo-Jii on 2010-12-02 17:19

ยิ่งกว่าสอบเข้าหมออีกนะเนี่ย confused smile

#58 By 紅葉 on 2010-12-02 16:06

กำลังพยายามอยู่เหมือนกันครับ แต่ก็ไปอย่างช้า ๆ ขอร่วมเดินทางนี้ด้วยคนครับ

#57 By เจ้าชายน้อย on 2010-12-02 15:31

XD เอ๊ยดีมากๆเลยล่ะค่ะ~! ชีวิตจริงน่ะไม่ได้สวยหรูอย่างในฝัน ถ้ามีใครมาอธิบายให้ฟังว่าของจริงเป็นยังไง ก่อนที่จะได้ตัดสินใจลงมือทำไปแล้วทำไม่ได้ทีหลัง ก็คงดีนะคะ~

#56 By hikaru on 2010-12-02 14:23

Hot! Hot! Hot!

#55 By อะไรไม่รู้ on 2010-12-02 13:18


ความจิงไม่โหดร้าย ถ้าคุณเปิดใจ

ความฝันจะสวยงาม ถ้าคุณไม่ยึดติด ^^

#54 By 3salueng on 2010-12-02 13:10

เปอร์เซนพอๆกับ นักเขียนการืตูนเลยคร้าบบHot!

ที่ต้องมีความชอบ ฝีมือ และ ดวง

#53 By youuue on 2010-12-02 12:36

ว่าให้อยากแล้วจากไปสินะ

อย่างไรก็ตาม... Hot!

#52 By 609 on 2010-12-02 09:35

Hot! confused smile

#51 By ตองพี on 2010-12-02 09:23

อยากอ่านต่ออะconfused smile Hot! Hot! Hot!

#50 By lockman on 2010-12-02 08:15

ความฝันที่เขียนย่อหน้าข้างบน
ช่างตรงข้ามกับความเป็นจริงได้จังๆ เลยอ่ะค่ะ
...
นักเขียนก็เหมือนอาชีพทั่วไปอีกอาชีพหนึ่ง
ต้องทำงานหนัก
และต้องทำงานอย่างอื่นควบคู่ไปด้วย
เพื่อความอยู่รอดsad smile sad smile

#49 By kikuno on 2010-12-02 08:10

อาชีพนักเขียนเป็นอาชีพที่ประหลาด เป็นอาชีพที่ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ ไม่จำเป็นต้องมีสถาบันไหนมารับรองความเป็นนักเขียนให้
แต่ผู้เดียวที่จะรับรองความเป็นนักเขียนได้ คือผู้อ่านbig smile

#48 By ขุนกระบี่ on 2010-12-02 06:20

บางครั้งสิ่งที่ตาเห็นก็อาจไม่ตรงกับความจริงเสมอไป

#47 By Tiny&Proto.A on 2010-12-02 05:08

Hot! Hot! Hot! Hot!
อาชีพที่เสี่ยงโชคพอ ๆ กับนักเขียนการ์ตูนสินะคะ

เป็นอีกหนึ่งคนที่ตรงกับเอนทรี่นี้ค่ะ
คืออ่านเยอะ ๆ แล้วจะออกอาการอยากเขียนบ้าง (ฮา)
แต่ขอเก็บไว้เงียบ ๆ ค่ัะ

รออ่านต่อนะคะ!

#46 By หมอก on 2010-12-02 02:16

นักเขียนที่บรรยายมาต่างจากชีวิตจริงเหลือเกิน...
นอนน้อย
คิดหนัก
งานไม่เดิน เงินไม่มา
เผลอๆต้องไปหางานอย่างอื่นมาเสริม เพราะต้องเลี้ยงตัวเองอีก
แต่อย่างว่า คนจะเป็นให้ได้ เหนื่อยยังไงก็ต้องทนจนกว่าจะไปถึง

#45 By YokeK.N. on 2010-12-01 22:38

ตายล่ะ! โดนตัวหนังสือพวกนั้นหลอกเอา จนติดงอมแงมแล้วเนี่ย

ไหนว่าจะเล่าให้ฟัง เข้ามาแล้ว จัดมาอย่างแรงเลยพี่ confused smile

#44 By [zowie] on 2010-12-01 22:34

รอติดตามนะคะ :)


Hot! Hot!

#43 By KAKI • • on 2010-12-01 22:15

น่าสนใจมากมายครับ น่าติดตาม ๆ Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! big smile
Hot!

#41 By สีไม้ on 2010-12-01 22:07

ไม่เคยคิดเลยว่างานด้านขีดๆเขียนๆจะสบาย คงเพราะเจอคำว่า"นักเขียนไส้แห้ง" ฝังหัวมาแต่เล็ก question

#40 By preme on 2010-12-01 21:28

Hot! Hot!

#39 By aaax on 2010-12-01 21:13

Hot! Hot! Hot!

#38 By วิหคสีคราม on 2010-12-01 20:25

T____T

ผมก็ คิดแบบนั้นแหละครับ

แล้วก็สอบเนติ ทำงานไปด้วยเช่นกัน

โดยส่วนตัว อยากได้ชื่อเสียงว่าเป็นนักเขียนดัง
มากกว่าเงินทองครับ

#37 By วิหคสีคราม on 2010-12-01 20:25

Hot! Hot!

#36 By FosSiL nanna on 2010-12-01 20:21

อันที่จริงนักเขียนทั้งประจำสำนักพิมเเละอิสระ
ปกติเเล้วจะได้รายได้ จากทางสำนักพิม
ราคามาตรฐานโลก จะให้ค่าลิขสิทธิ์แก่นักเขียน
10% ของจำนวนพิมพ์คูณ กับราคาปก

ตัวอย่าง
คุณเขียนนิยายวัยรุ่นราคาปก 200 บาท สำนักพิมพ์ตัดสินใจพิมพ์ 2000 เล่ม นักเขียนคนนั้นก็ได้ 200*2000*1/10
ก็ประมาณ 40000 บาท ไม่น้อยเลยใช้ไหมละครับทุกๆท่าน

เเต่ผมมีความจริงบางอย่างจะมาบอกครับ หากคุณได้บรรณาธิการที่ดีเค้าจะไม่โกงคุณเเถบบอกข้อผิดพลาดให้คุณอีก เเต่หากได้บรรณาธิการเฮงซวยละก็ เค้าจะบอกเราว่าพิมพ์ไป 1500 เล่ม ส่วนรายได้อีก 500 เล่ม จะฮุบไว้เอง บางสำนักพิมพ์จะโกงคุณอีกหากคุณเป็นนักเขียนหน้าใหม่ คือคิดค่าออกเเบบหน้าปกเป็น % จากคุณไปอีก ยังไม่พออาจคิดค่า บรรณาธิการตรวจต้นฉบับทั้งๆที่เป็นหน้าที่ของเค้าอยู่เเล้วไป

เพราะงั้นจาก 40000 ของคุณ อาจเหลือไม่ถึง 30000 โดยเฉพาะนักเขียหน้าใหม่ คุณจะโดนเอาเปลียบอย่างมากเพราะถ้าเป็นคุณ คุณคงอยากให้หนังสือเล่มเเรกในชีวิต ออกมาดูโฉม เพราะงั้นไม่ว่าทางสำนักพิมพ์ว่าอย่างไรก็ว่าตามนั้นทุกอย่าง... เพราะงั้นใครจะเป็นนักเขียน คงยากหน่อยเเต่สำหรับผมเเล้ว

นักเขียนไม่จำเป็นต้องได้เงิน ขอเเค่ให้คนอ่านมีความสุขกับสิ่งที่เราเขียน เพราะเราคือนักเขียนที่ทำหนังสือให้คนอ่าน ไม่ใช้ทำหนังสือเพื่อตนอ่าน หรือ เพื่องกระดาษที่เรียกว่าเงิน นี้เเละคือนักเขียน

#35 By Waway Way on 2010-12-01 20:19

อ่า... เราเป็นนักเขียน เขียนหนังสืออย่างเดียวเป็นอาชีพ และมีเพื่อนที่ทำแบบเดียวกันหลายคนก็สุขสมบูรณ์กันดีนะคะ =_=
big smile เป็นกำลังใจให้ครับ

#33 By Moji on 2010-12-01 19:39

Hot! ถึงจุดหนึ่งอยากถอย อยากเปลี่ยน ก็ไม่ทันแล้ว cry มันต้องสู้กันต่อไป

#32 By D-faxtory on 2010-12-01 19:25

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#31 By Parewine:3 on 2010-12-01 18:33