ผมชอบกินข้าวหรือเปล่าไม่รู้ รู้แต่ว่าต้องกิน เพราะไม่กินก็ตาย วิชาภาคบังคับของการมีชีวิตคือการกิน อย่างน้อยวันละ 3 ครั้ง(หลังความหิว) นับตั้งแต่ยัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางมาเรียนในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่กรุงเทพฯ เมื่อหลายปีที่แล้ว การกินอาหารแบบสำรับก็หายไปจากชีวิต อาหารตามสั่งหรือข้าวแกงเป็นทางเลือกที่ง่ายที่สุด ราคาก็ต่างกันไป แต่ในยุคของผมราคามาตรฐานคือ 25 บาท เป็น 25 บาทพื้นฐานที่แล้วแต่ใครจะสร้างสรรค์อะไรเพิ่มเติมเข้าไป จะกินแบบชายเดี่ยวหรือแบบชายคู่ก็ตามอัธยาศัย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ต้องปรับตัวมาก จากการกินข้าวกับครอบครัวพร้อมหน้าก็เปลี่ยนมากินคนเดียวหรือบางทีก็กินกับเพื่อน(ก็ตามแต่โอกาส)

แต่เมื่อทำงานไปถึงจุดๆ หนึ่งราคาน้ำมันก็พุ่งทะยานจากเดิมเป็นสองเท่า บริษัทชั้นนำทั่วประเทศก็หาทางขึ้นราคาสินค้ากันเป็นพัลวัน เริ่มจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ไม่ได้ขึ้นมานาน แล้วก็ตามด้วยบริษัทปูน บริษัทเหล็ก และบริษัทอีกมากมาย เมื่อทุนเคลื่อนไหวแล้วใยแม่ค้าตาดำๆ จะไม่เคลื่อนตาม ราคาอาหารมาตรฐานสำหรับคนธรรมดาสามัญและดาษดื่นจึงปรับสู่ 30 และ 35 บาทเป็นหลัก

            สิ่งที่น่าสงสัยนั้นไม่ใช่เรื่องราคาอาหาร 30 บาท แต่สิ่งที่น่าสงสัยมากคือทำไมหลังจากเศรษฐกิจสหรัฐพังทลาย ราคาน้ำมันกลับเป็นเหมือนเดิม สินค้าที่ขึ้นราคาไปเพราะน้ำมันแพงกลับไม่ลดลงเท่าเก่า ตรรกะธรรมดาสามัญที่เด็กอนุบาลและเด็กประถมก็เข้าใจได้  แต่เท่าที่ผมทราบ ผู้ใหญ่เกือบทั้งหมดนั้นไม่เข้าใจมาตลอด และยังปล่อยให้เงินเฟ้อลอยหน้าลอยตาต่อไปโดยไร้ความเปลี่ยนแปลง

 

            ปีที่ที่ผ่านมาวงการฟุตบอลอาชีพมีความเคลื่อนไหวสำคัญ เมื่อ ริคาโด้ กาก้า ย้ายจากทีมเอซีมิลานมาสู่ทีมราชันชุดขาวรีลมาริดด้วยค่าตัว 62 ล้านปอนด์ แต่หลังจากนั้นไม่กี่วัน คริสเตียโน่ โรนัดโด้ ก็ย้ายจากทีมปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมาสู่ทีมเดียวกันด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลกถึง 80 ล้านปอนด์ ทำลายสถิติค่าตัวของนักเตะอย่าง โรนัลโด้R9 ซีเนอดีน ซีดาน และ โรนัลดิญโญ่ ที่เคยทำไว้ในระดับ 30-50 ล้านปอนด์ไปแบบถล่มทลาย

 แน่นอนถ้าพูดถึงเรื่องฝีเท้าก็คงจะบอกได้เพียงแค่ว่า หากวันใดที่ กาก้า และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้สามารถนำทีมชาติคว้าแชมป์โลกมาครองได้ ก็คงจะถือว่าเทียบเท่านักเตะระดับโลกอย่าง โรนัลโด้R9 ซีเนอดีน ซีดาน และโรนัลดิญโญ่ ที่เคยทำไว้แน่ เพียงแต่ว่ายังไม่ใช่ในตอนนี้ ดังนั้นถ้าคิดกันอย่างง่ายๆ ก็บอกได้ว่า ทุกวันนี้นักเตะที่จะสามารถขายเสื้อที่ปักชื่อตัวเองให้สโมสรได้แบบถล่มทลายเป็นเพชรเม็ดสำคัญที่ทุกทีมต้องการ ยิ่งฝีเท้าจัดจ้านและขยันสร้างข่าวแบบ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แล้วละก็ อย่างอื่นไม่ต้องพูดถึง

            ดังนั้นความเชื่อที่ว่า นักเตะฝีเท้าที่ดีที่สุด จะต้องมีค่าตัวสูงที่สุดจึงใช้ไม่ได้ในโลกปัจจุบัน (ในทรรศนะผมฝีเท้าของหนุ่ม 62 ล้านปอนด์กับ 80 ล้านปอนด์สองคนนี้พอฟัดพอเหวี่ยงกัน เพียงแต่ริคาโด้ กาก้า เป็นนักเตะที่รักเดียวใจเดียวที่ตอนนี้แต่งงานแล้ว และชอบความสงบโดยไม่ขยันสร้างข่าวเลย (จึงไม่เหมาะกับแผนการตลาดของทีมฟุตบอลใดๆ นอกจากอยากจะขยายส่วนต่อเติมไปยังกลุ่มแม่บ้านไทยที่ติดละครหลังข่าวและไม่ได้ดูฟุตบอล) ต่างจากนักเตะทีมชาติโปรตุเกสคนดังกล่าวที่เพิ่งไปพัวพันกับ ปารีส ฮิวตัน มาหยกๆ

 

            จากเรื่องราคาข้าวแกงทำไมดันไหลเลยมาเรื่องค่าตัวนักบอลได้ ทั้งๆ ที่มันควรจะเป็นคนละเรื่องกัน แต่ความจริงนั้นเป็นเรื่องเดียวกันแน่ๆ เพราะหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เงินของโลกเฟ้อขึ้นก็คือการปั่นราคานักบอลแบบแพงได้อีก ยกตัวอย่างที่เมื่อ 10 ปีก่อนที่อลันเชียร์เรอเคยทำไว้ที่ 15 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าสูงแล้วเนื่องจากอังกฤษเป็นประเทศที่เงินเฟ้อมาก แต่ปัจจุบันราคาเดินทางมาถึง 80 ล้านปอนด์ไปแล้ว(กี่เท่าละเนี่ย) โดยลึกลงไปแล้วราคาค่าตัวนักบอลที่สูงขึ้นก็มาจากการเกทับของคนรุ่นใหม่ต่อคนรุ่นเก่าก่อนหน้านั่นเอง เพราะในเมื่อคนรุ่นก่อนหน้าเคยวางกรอบทุกอย่างไว้ให้คนรุ่นหลังอย่างแน่นหนา (อย่าริรักในวัยเรียนนะหนู ชิงสุกก่อนห่ามไม่ดีนะหนู ฯลฯ) เมื่อมีโอกาสคนรุ่นใหม่ก็พร้อมที่จะทำลายกฎเหล่านั้น โดยเรื่องค่าตัวนักเตะก็เป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่(ทุกรุ่นเห็นว่า) ควรจะมาเกทับและสร้างสถิติกันดีกว่า(ให้เห็นว่ารุ่นเรานั้นมันเจ๋งชะมัดเลย สึโกยจริงๆ !!) ส่วนเรื่องเงินเฟ้อที่จะทำให้ข้าวแพงขึ้นอีก 5 บาท 10 บาทก็ช่างมันเถอะ ยังไงนักเตะยุคเราแม้เก่งไม่เท่า แต่ก็ขอให้แพงไว้ก่อน (ส่วนเรื่องชดใช้เรื่องเงินเฟ้อค่อยไปชดใช้เอากันดาบหน้า)

 

            ในอนาคตก็มารอดูกันว่า ลีโอเน เมสซี่ จากทีมบาร์เซโลน่าที่เคยโชว์ฟอร์มบดดบัง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในนัดชิงยูฟ้าแชมเปี้ยนลีก 2008 เสียมิด ค่าตัวจะเป็นเท่าไร  แล้ว ลีโอเน เมสซี่ จะพาทีมชาติอาเจนติน่าไปคว้าบอลโลกแบบเดียวกับที่เสือเตี้ย ดีเอโก้ มาราโดน่า ทำได้หรือไม่ (ซึ่งถ้าทำได้ก็แสดงว่าศักยภาพเทียบเทียง ทั้งๆ ที่ค่าตัวแพงกว่ามาก) และสุดท้ายข้าวแกงจะขยับไปอีกกี่บาทกันล่ะเนี่ยคงต้องมาดูกัน

 

คุณเองเท่านั้นที่รู้ อดใจรออีกนิดเดียวเอง!

 

 

 

ปล.       วงการฟุตบอลเป็นเพียงตัวอย่างที่ชวนเอามาคิดเล่นๆ  เพราะความจริงเรื่องเกทับเนี่ยเกิดขึ้นทุกวงการ

ปล.2     เงินเฟ้อคือภาวะที่เงินในธนาคารของเราๆ ท่านๆ ซื้อสินค้าได้น้อยลงเมื่อเทียบกับสมัยก่อน ดังนั้นหลายคนจึงเลือกการออมเงินในรูปแบบ อสังหาริมทรัพย์หรือ ทองคำเพราะมันจะไม่ลดค่าลง มีแต่จะยิ่งเพิ่มขึ้น เห็นราคาทองสมัยนี้ไหมล่ะ (เพียงแต่ถ้าจะไปเอามาใช้ก็ต้องไปขายก่อน เรียกว่าสภาพไม่คล่องเท่าเงินสด ได้อย่างเสียอย่างล่ะนะ)

ปล.3     เรื่องที่เขียนมาข้างต้นเรียกง่ายๆ ว่ามั่วสะบัด ดังนั้นกรุณาอย่าเชื่อ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เด็กอายุต่ำกว่า 18 ควรได้รับการแนะนำจากผู้ปกครอง(ที่เป็นคนรุ่นเก่า ซึ่งในอนาคตจะถูกคนรุ่นใหม่เกทับไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง)

ปล.4     และขออภัยในช่วงที่ผ่านมาที่บล็อกไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหวนะครับ - -* หรือเคลื่อนไหวก็คร่าวๆ เกิน


 

Comment

Comment:

Tweet


เป็นการเขียนข่าววิเคราะห์เศรษฐกิจแบเนียนๆที่อ่านดี ไม่น่าเบื่อ ...

ป.ล. ร้านใต้หอ ข้าวราดแกงจานละ 17 อาหารตามสั่งจานละ 25 ถ้าไม่มีออพชั่นเสริม (สุกี้หมูกับทะเลราคาเท่ากัน เครื่องเน้นๆopen-mounthed smile)

#14 By BlueSahara on 2009-12-16 21:37

เกทับ
..
สนใจคำคำนี้จัง
open-mounthed smile

#13 By bouudaes on 2009-11-27 22:21

ไปปลูกข้าวกินเองกันเถอะ..

ต้องผักด้วย..
เดี๋ยวไม่มีกับ..


big smile
#10 นั่นดิ เงินเดือนไม่เห็นขึ้นมั่งเล้ยยยsad smile

#11 By chabarimklong on 2009-11-27 14:16

ยังเอาข้าวแกงกับคริสเตียโน่ โรนัลโด้มาเปรียบเทียบกันได้ สุดยอดจริงๆ

ค่าทองกับนักฟุตบอลก็ขยันพุ่งขึ้น

ข้าวแกงก็แพงขึ้น

แล้วเงินเดือนเราล่ะ?big smile

#10 By Clepsydra:: on 2009-11-27 12:52

ตอบพี่น้องพระเจ้าจ๊อด ยอดใบชา -แฟนบราซิลคับพี่น้อง (ส่วนสโมสรนั้นไม่ค่อยอยากเลือกคับ)
ตอบ Glinda The Good -ขอบคุณคับ

ตอบเฮียเส่ง -นึกว่าจะหยุดพักมันก็ไม่หยุดคับ

ตอบ..KaTeLaDa.. -แพงก็อย่างหนึ่ง แต่น้อยมากมันก็น่าเกลียดนะคับ

ตอบคุณโอเมก้า -มันเป็นบทความที่ปวดหัวดีคับ แบบมึนๆ เรื่องกับข้าวออฟฟิศมันก็ 30-130 ก็ต้องเลือกกินกันไปคับ

ตอบพี่ลิงใจดี -โด้ยิงกระจายมากคับ ชอบความทะเยอะทะยานของโด้มาก (แต่ก่อนเห็นแล้วหงุดหงิด แต่เดี๋ยวนี้จ่ายบอลเยอะขึ้นก็เลยชอบ)

ตอบSeam - C -เดิ้นแบบมึนๆ คับsad smile
พี่น้องแฟนทีมใดครับเนี่ย?big smile
เป็นการเปลี่ยบเทียบที่ "เดิ้น" มากครับ

เป็นกับทุกวงการจริงๆซินะครับ

Hot!

#6 By Seam - C on 2009-11-27 11:52

โด้ยิงกระจุย -_-'
ฮ่าๆๆๆ ชอบๆบทความแบบนี้
ป.ล.กระผมกินข้าวแถวออฟฟิศจานละ40นะจะบอกให้

#4 By omega on 2009-11-26 22:22

เรื่องค่าตัวนักบอลไม่ค่อยรู้ แต่เรื่องค่าข้าวแกงที่ไปกินมา
ที่ปายร้านนึงมันโหดร้าย เพราะเขียนป้ายบอกว่า

1 อย่าง 35 บาท
2 อย่างก็ 35 บาท
พอถามว่าสั่งเป็นกับถ้วยละเท่าไร เจ๊บอก 50 บาท

ข้าวที่ให้ขอบอกว่าน้อยกว่าข้าวแกงจานละ 25 ที่อื่นเยอะ

เข็ดกันไปเลยร้านนี้ sad smile

#3 By ..KaTeLaDa.. on 2009-11-26 20:55

ค่าทองยังพรวดๆ เป็นจรวดเลย

#2 By wesong on 2009-11-26 18:01

Hot! Hot!

#1 By Glinda The Good on 2009-11-26 17:28