ความทรงจำเป็นสิ่งหอมหวล แต่ความทรงจำของเมื่อวาน ต่างจากความทรงจำของเมื่อ 5 ปีที่แล้ว อดีตเมื่อถูกบ่มเพาะ แช่นิ่งด้วยกาลเวลา จะขับกลิ่นหอมหวลชวนสูด กลิ่นหอมที่หอมยิ่งกว่ากลิ่นละมุนทุกกลิ่นหลอมรวมกัน กลิ่นภายใน กลิ่นแห่งความคิด กลิ่นที่เรียกขานว่าความทรงจำ

 

  

ปลายฤดูหนาว ปี ค.ศ. 2000

 

ช่อดอกไม้มากมายถูกวางกองอยู่บนโต๊ะหน้าห้องพิพัธภัณฑ์ฯ ใครหลายคนจับกลุ่มคุยกัน ไร้ความสนใจต่อมวลหมู่พฤกษา ผู้คนภายนอกพลุกพล่าน ต่างเดินกันขวักไขวละลานตา ผมนั่งนิ่งอยู่ข้างโต๊ะเจ้าเสน่ห์ตัวนั้น มองทุกสรรพสิ่งที่เกิดขึ้นประหนึ่งเป็นรูปปั้นหินที่ถูกปล่อยทิ้งร้างข้างทาง

 

ลูกบอลพลาสติกหลากสี กระเด้งกระดอนจากเท้าสู่เท้ากลางสนาม บางลูกพุ่งตรงผ่านเฉียดผมไป บางลูกลอยสูงโด่งขึ้นฟ้า ก้อนเมฆค่อยๆ เคลื่อนผ่านช้าๆ  ราวกับลอบมองเด็กหนุ่มสาว ที่วันหนึ่งข้างหน้าจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ หยดน้ำเล็กๆ จากตู้กดหล่นกระทบพื้น น้ำกัดเซาะความแข็งแกร่ง กัดกร่อนไปทีละหน่อย เนินนาน ทว่าสิ่งที่ผมจดจ้องยาวนาน โดยเพ่งสมาธิทั้งหมดพุ่งไป กลับเป็นผีเสื้อที่บินหลงทิศ ประหนึ่งไร้จุดหมายปลายทาง

  

“เฮ้” จู่ๆ เสียงหนึ่งก็ระเบิดข้างหู ผมตกใจจนเสียแต้ม รูปปั้นที่ตั้งตระหง่านกลับพังลงชั่วพริบตา หล่นกองบนพื้นไม่เป็นท่า

 

“นั่งทำอะไรอยู่” สายตาเจ้าเล่ห์ของเธอจ้องหน้าผม “อันแน่ ดูสาวอยู่หละสิ”

 

“อือ ก็มีบ้าง” ผมจ้องหน้าขาวๆ ของเธอสวนกลับ

 

“คนไหน”  หญิงสาวหย่อนตัวลงข้างๆ ท่อนแขนพลาดเบียดมาโดนแขนผม

 

“นั่นไง” ผมชี้มือออกไปมั่วๆ เลือกรุ่นน้องหน้าตาดีที่สุดคนหนึ่ง ปล่อยเรื่องทั้งหมดลอยตามน้ำ

 

“อือหือ..”  ฝ้ายกอดอก ทำหน้าครุ่นคิด

 

“อะไรอีกเล่า” ท่าทางของเธอทำผมสงสัย

 

“อือหือ..”  หญิงสาวยังคงทำท่าครุ่นคิดต่อ

 

“อะไรของเธอกันเนี่ย แม่คุ้ณ” ผมพยายามงัดแซะเธอออกมาจากอารมณ์แปลกๆ นั้น

 

“ไม่มีอะไรหรอก”  จู่ๆ หญิงสาวก็โพล่งออกมา “ดูเหมือนว่าหน้าอกน้องเขาจะเล็กไปหน่อยนะ”

 

“หือ!!

 

ผมโพล่งตอบไม่เป็นภาษา

 

“หุ่นน้องยังไม่ได้” ฝ้ายปลดมือทั้งคู่ที่คำนวณพิกัดกลางอากาศออก ลุกขึ้นยืนทันควัน “งั้น เราไปจัดดอกไม้ดีกว่า”

 

หญิงสาวจากไป ปล่อยผมให้อยู่กับคำพูดของเธอเพียงลำพัง ไม่ต่างจากกระสวยอวกาศสิ้นสภาพ ถูกปลดการเชื่อมต่อ ลอยหลงทางอยู่กลางสูญญากาศ แน่นอนว่าผมอยากได้ข้อพิสูจน์ที่แน่ชัดกว่าคำพูดลอยๆ นี้

 

“แต่ว่า...มันก็ไม่เล็กนะ” ผมอดพึมพำข้อขัดแย้งนี้กับตัวเองไม่ได้

 

 

ช่อดอกไม้ถูกปลดกระจายเกลื่อน หลายดอกถูกกระชากกลีบงาม เกสรหว่านหล่นบนพื้น ใครหลายคนต่างขะมักขะเม้นประดับพานดอกไม้ เด็กหนุ่มหลายคนไม่ใส่ใจอะไร นอกจากการนั่งคุยฆ่าเวลา ดูเหมือนภาระหน้าที่อันหนักหน่วง จะถูกผลักไสให้เพื่อนหญิงจำนวนน้อยนิด

  

“พับแบบนี้ แล้วก็แบบนี้”  ฝ้ายสอนผมพับกลีบกุหลาบ ส่วนประกอบสำคัญที่จะถูกปักลงบนดินเหนียว

 

“ทำแบบนี้ แล้วก็แบบนี้” ผมพยายามทำตามที่เธอบอก สิ่งที่ดูง่ายกลับยากขึ้นทันที

 

“ไม่ใช่ ก็บอกแล้วไง"  ฝ้ายเอ็ดใส่ผม ครั้งแล้วครั้งเล่า

 

“งั้น แบบนี้เป็นไงล่ะ” ผลงานล่าสุดของผมถูกแสดงต่อสาธารณะ

 

ฝ้ายยิ้มรับ พร้อมส่ายหน้า ความมั่นใจผมลดต่ำ ไม่ต่างจากอุณหภูมิในช่องแช่แข็ง

 

“แต๊น แต้น” ศราวุฒิเพื่อนหนุ่มโชว์ผลงานขึ้นบ้าง ทักษะการพับกุหลาบหมดจด ยอดเยี่ยม ความมั่นใจผมติดลบทันที

 

“เห็นไหม ใครก็ทำได้” ฝ้ายออกอาการประชดประชัน งั้นเอาอย่างงี้ดีกว่า”

 

ผมรับฟัง รอคำแห่งแสงสว่าง

 

“มีข้อเสนอที่ดีสำหรับเราทั้งสองฝ่าย”  ฝ้ายกลับมายิ้มอีกครั้ง

 

“กรุณาชี้แนะ” ผมตั้งสมาธิมั่น

 

“นาย ไม่ต้องทำก็ได้” หญิงสาวพูดแล้วส่ายหัว

 

“อ้าว” ผมสงสัย “แล้วจะให้ทำอะไรล่ะ”

 

“ไม่รู้สิ อะไรก็ได้มั้ง” เธอเลิกสนใจผมโดยทันที ปล่อยให้ผมเดียวดายประหนึ่งผู้หลงทิศหลงทาง

 

ดูเหมือนบางสิ่งก็จะเหมาะกับบางคนเท่านั้น สิ่งสำคัญแรกสุด คือต้องทำความเข้าใจเรื่องดังกล่าว ยอมรับโดยดุษฏีต่อสรรพสิ่งบนโลก ตามหาความหมาย ทดลองพิสูจน์ และประเมินผล ส่วนคำถามที่ว่าเราเหมาะกับอะไร หรืออะไรเหมาะกับเรานั้น แต่ละคนคงต้องหาคำตอบเอาเอง

 

 แล้ววันหนึ่งสองปีกที่เรียวบางก็จะเข้มแข็ง พอที่จะต้านทานแรงเสียดทานทุกอย่างบนโลกใบนี้ได้

 

 

........................................................................................................................

 

Comment

Comment:

Tweet

big smile

#14 By จัดดอกไม้ (58.8.232.153) on 2009-10-05 19:10

“มีข้อเสนอที่ดีสำหรับเราทั้งสองฝ่าย” ฝ้ายกลับมายิ้มอีกครั้ง

“กรุณาชี้แนะ” ผมตั้งสมาธิมั่น


^
^
สำนวนพอกลอนมากๆๆๆๆๆ นี่รู้ตัวรึเปล่าว่างานเขียนตัวเองเริ่มมีคาแรกเตอร์เฉพาะแล้วนะ

ป.ล. ไม่รักแต่คิดถึง อะฮ่า question

#13 By eak early : เอกเช้า on 2009-06-15 22:53

หาดเจ้าสำราญมาทางมหาลัยราชภัฎเพชรอ่ะค่ะ
เงียบกว่าชะอำ แต่บรรยากาศก้อโอเคอยู่
ชะอำมันมีสีสันเกินไป
แล้วแต่ชอบนะ

#12 By (61.7.141.105) on 2009-06-15 16:52

ไม่รัก - จริงอ๊ะเปล่าาาา
คิดถึง - นี่ท่าจะจริง
เพื่อน - เพื่อนจริงๆ เหรอตัวเอง
เขียนไว้สองสามปีแล้ว - ก็ยังคิดถึงอีกเหรอ
confused smile

อบอุ่นเหมือนเดิมเลยน๊าาาา
ไม่แน่ใจว่าจะอยู่นานหรือเปล่านะจ๊ะ อิอิ

#11 By Backpack Girl on 2009-06-15 12:50

ไม่รักแต่คิดถึง .....
ฮ่าๆๆๆopen-mounthed smile

#10 By omega on 2009-06-15 00:43

big smile

#9 By finch on 2009-06-14 20:15

เฮ่ออ.. ไม่อยากอ่าน entry นี้เลยครับ บอกตรงๆ เพราะว่ามันทำให้หวนคิดถึงตัวเอง.... ความทรงจำนี่เป็นสวนดอกไม้จริงๆล่ะครับ เราจะเอาชึ้นมาชมเมื่อไหร่ก็ได้confused smile sad smile

#8 By Dome on 2009-06-14 16:19

'อะไรก็ได้' ที่ว่ามันคืิิัิออะไร?
อยากกิน--อะไรก็ได้
อยากเป็น--อะไรก็ได้
อยากทำ--อะไรก็ได้

อะไรก็ได้ ที่ต้องถามตัวเอง และเฝ้าตามหา
ว่ามันคืออะไร???
ที่สุดท้ายท้ายสุด อาจไม่พบกับคำตอบนั้นเลย

#7 By moofisho on 2009-06-14 16:13

ภาพคงเป็นสีซีเปีย
และก็ได้อารมณ์อุ่นๆ
นะฮะ

big smile confused smile big smile

#6 By h|b|b on 2009-06-14 01:12

หุหุบางทีต้องมองด้วยสายตาของคนนอกบ้างconfused smile

#5 By wesong on 2009-06-14 00:43

ชอบบรรยากาศของเรื่องจัง

คณะเรา คนรับหน้าที่และเป็นโต้โผจัดดอกไม้ในทุกงานจะเป็นผู้ชาย ส่วนผู้หญิงคอยเป็นเบ๊ ทำงานใช้แรงงาน

.

สำหรับปัจจุบัน
เรากำลังรอเวลา
รอให้มันขับเคลื่อนบางอย่างไปเป็นอดีต
เผื่อว่า มันจะหอมหวานและสวยงามกว่าที่เป็นอยู่

#4 By มโนภาพ on 2009-06-14 00:30

ฝ้ายเป็นผู้หญิงที่น่ารักจัง

#3 By kotori on 2009-06-14 00:22

เวลาที่เปลี่ยน ประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้น ก็ทำให้คนเข้มแข็งขึ้น ความคิดเปลี่ยนแปลงไป

#2 By จอมบงการ on 2009-06-14 00:15

"อดีตเมื่อถูกบ่มเพาะ แช่นิ่งด้วยกาลเวลา จะขับกลิ่นหอมหวลชวนสูด กลิ่นหอมที่หอมยิ่งกว่ากลิ่นละมุนทุกกลิ่นหลอมรวมกัน กลิ่นภายใน กลิ่นแห่งความคิด กลิ่นที่เรียกขานว่าความทรงจำ "

ชอบบทนี้จัง

#1 By หมื่นไมล์ on 2009-06-14 00:10